CanDoYa
TH

เครื่องมือสร้างลิงก์ UTM ฟรี

ทำงานในเบราว์เซอร์ทั้งหมด ไม่ต้องอัปโหลด ไม่ต้องสมัครสมาชิก

เครื่องมือสร้าง URL แคมเปญ

เพิ่มแท็กติดตามให้ชัดเจน โดยไม่ต้องแก้ query string เอง

พารามิเตอร์ query ที่มีอยู่เดิมและ fragment ของหน้าจะถูกเก็บไว้

รายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติม

เพิ่ม ID, คีย์เวิร์ดโฆษณา หรือเวอร์ชันครีเอทีฟ เมื่อแผนรายงานของคุณต้องใช้

ผลลัพธ์แบบเรียลไทม์

กำลังรอ

กรอก URL ปลายทางและแท็กแคมเปญเพื่อสร้างลิงก์

เปิดลิงก์
กรอก URL ปลายทางเพื่อเริ่มต้น
แชร์เครื่องมือนี้

เครื่องมือสร้างลิงก์ UTM คืออะไร?

เครื่องมือสร้างลิงก์ UTM ใช้เพิ่มพารามิเตอร์ติดตามแคมเปญให้กับ URL ปลายทาง เพื่อให้เครื่องมือวิเคราะห์รู้ว่าทราฟฟิกมาจากไหน กรอก source, medium และชื่อ campaign แล้วคัดลอกลิงก์ที่เข้ารหัสถูกต้องได้เลย พารามิเตอร์ query ที่ไม่ใช่ UTM และ fragment ของหน้ายังคงเดิม

วิธีใช้งาน

  1. 1ใส่ URL ปลายทาง. วาง URL ของหน้าแลนดิ้งเพจได้เลย ระบบรองรับโดเมนเปล่า และจะเติม HTTPS ให้อัตโนมัติ
  2. 2ตั้งชื่อแคมเปญ. กรอก source, medium และชื่อ campaign ให้คงรูปแบบการสะกดและตัวพิมพ์ตามแผนติดตามของคุณ
  3. 3เพิ่มรายละเอียดเสริม. เปิดรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมสำหรับ campaign ID, คีย์เวิร์ดโฆษณา หรือครีเอทีฟเวอร์ชันต่าง ๆ
  4. 4ตรวจสอบและคัดลอก. ดูผลตรวจชื่อแบบเรียลไทม์ แล้วคัดลอก URL แคมเปญที่เข้ารหัสหรือเปิดในแท็บใหม่

เหมาะกับใคร

สร้างลิงก์ติดแท็กได้โดยไม่ต้องพิมพ์ ?, & หรือ percent escape เอง เครื่องมือนี้ใช้ URL API แบบ native ของเบราว์เซอร์ เก็บพารามิเตอร์ query อื่นไว้ตามเดิม และแทนที่มาตรฐาน UTM ที่มีอยู่แล้วแทนการสร้างซ้ำ ทุกอย่างทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณโดยตรง ดังนั้นชื่อแคมเปญและลิงก์ปลายทางจะไม่ถูกอัปโหลด

Google Analytics ถือว่า UTM มีความไวต่ออักษรพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ ใช้รูปแบบตัวพิมพ์เล็กให้เหมือนกันในทุกแพลตฟอร์มและทุกช่องทาง เช่น linkedin และ paid-social เพื่อไม่ให้แหล่งที่มาเดียวกันถูกแยกออกเป็นหลายแถวในรายงาน

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องมือสร้างลิงก์ UTM นี้ใช้ฟรีไหม?

ใช้ฟรี คุณสร้างและคัดลอก URL แคมเปญได้เท่าที่ต้องการ โดยไม่ต้องมีบัญชี ดาวน์โหลด หรือจำกัดการใช้งาน ผลลัพธ์จะอัปเดตทันทีเมื่อคุณแก้ค่าติดตามแต่ละช่อง

URL แคมเปญของฉันถูกอัปโหลดไหม?

ไม่ถูกอัปโหลด การแยก URL การตรวจสอบ และการเข้ารหัสพารามิเตอร์เกิดขึ้นในเบราว์เซอร์ของคุณ เครื่องมือนี้ไม่ส่ง URL ปลายทาง ชื่อแคมเปญ คีย์เวิร์ด หรือป้ายกำกับครีเอทีฟไปยังเซิร์ฟเวอร์

เพิ่มพารามิเตอร์ UTM ได้กี่ตัว?

เครื่องมือนี้รองรับ 6 ฟิลด์มาตรฐานที่ทีมแคมเปญใช้งานบ่อย คือ source, medium, campaign, campaign ID, term และ content โดยแนะนำให้ใส่ source, medium และ campaign เพื่อการระบุที่มาที่มีประโยชน์ ส่วนอีก 3 ช่องเป็นตัวเลือก

พารามิเตอร์ UTM ตัวไหนต้องใส่บังคับ?

Google แนะนำให้ใช้ <code>utm_source</code>, <code>utm_medium</code> และ <code>utm_campaign</code> ร่วมกัน เพราะช่วยบอกว่าทราฟฟิกมาจากไหน เข้ามาอย่างไร และโปรโมชันใดเป็นตัวกระตุ้นการเข้าชม เครื่องมือนี้ให้คุณคัดลอกลิงก์ที่ใส่ไม่ครบได้ แต่จะระบุช่องที่แนะนำซึ่งยังขาดไว้อย่างชัดเจน

ค่า UTM แยกตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ไหม?

แยกครับ รายงานวิเคราะห์อาจมอง <code>LinkedIn</code> กับ <code>linkedin</code> เป็นคนละค่า source การใช้รูปแบบตัวพิมพ์เล็กให้คงที่ช่วยให้รายงานสะอาดขึ้น เครื่องมือนี้เตือนเมื่อมีตัวพิมพ์ใหญ่ แต่จะคงค่าตามที่คุณกรอกไว้ทั้งหมด

พารามิเตอร์ query ที่มีอยู่เดิมจะเป็นอย่างไร?

พารามิเตอร์ที่ไม่ใช่ UTM จะยังอยู่ตามลำดับเดิม และ fragment ของหน้าจะอยู่ท้าย URL เหมือนเดิม พารามิเตอร์ UTM มาตรฐานที่มีอยู่แล้วจะถูกลบและแทนด้วยค่าจากเครื่องมือ เพื่อไม่ให้เกิดแท็กติดตามซ้ำ

utm_term และ utm_content ใช้ทำอะไร?

ใช้ <code>utm_term</code> สำหรับคีย์เวิร์ดของโฆษณาค้นหาแบบชำระเงินหรือคำกำหนดเป้าหมาย ใช้ <code>utm_content</code> เพื่อแยกลิงก์หรือครีเอทีฟเวอร์ชันที่อยู่ในแคมเปญเดียวกัน เช่น <code>hero-button</code> และ <code>footer-link</code>